spakle logo spakle

Articles


ฟันขาวแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

ฟันขาวสดใส เป็นด่านแรกที่ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกประทับใจ แน่นอนว่าฟันที่ดูเหลืองเกินไป ไม่สดใสขาวสะอาด ย่อมไม่ดึงดูดให้ชวนมองเป็นแน่ เรามาดูกัน ว่าเพราะ สาเหตุอะไรบ้าง? ถึงทำให้ฟันของเราดูเหลือง หม่นหมอง ไม่สดใส

ฟันเหลืองเกิดขึ้นจากสาเหตุใด?

โดยปกติ คนเราจะมีฟันขาว เป็นมันวาว แต่ในบางคนจะมีฟันสีเหลืองหรือดำคล้ำ แลดูไม่สวยงาม โดยอาจจะเป็นเพียงบางซี่ หรือทุกๆ ซี่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฟัน ของเราไม่ขาว มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน คือ...

  1. รับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ การอมลูกอม สูบบุหรี่ ร่วมกับการแปรงฟันที่ไม่สะอาดพอ ทำให้มีคราบอาหาร คราบแบคทีเรีย และ หินปูน มาเกาะติดสะสมทีละน้อยๆ จนเห็นเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำติดตามซอกฟัน
  2. เกิดจากฟันผุ ซึ่งมักจะมีสีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล โดยเฉพาะฟันที่อยู่ด้านหน้า ทำให้มองเห็นได้ชัดเจน
  3. เกิดจากฟันตาย ซึ่งหมายถึง ฟันที่ไม่มีเลือด และประสาทฟันมาหล่อเลี้ยง ทำให้ฟันมีสีทึบ ไม่โปร่งเหมือนฟันขาว ซึ่งเป็นฟันที่มีชีวิตอยู่ โดยจะเกิดขึ้นกับฟันที่ผุมากๆ และ ทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน จนลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน หรืออาจเกิดขึ้นกับฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ หรือถูกกระแทกอย่างแรง จนมีการฉีกขาดของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงฟัน เมื่อทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีการเอาประสาทฟันเก่าออก ฟันจะยิ่งมีสีคล้ำมากขึ้น
  4. ฟันมีสีผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เนื่องมาจากโรคบางอย่าง หรือการได้รับยาบางชนิดมากเกินไป เช่น ยาเตตราไซคลีน ซึ่งการใช้ยาดังกล่าวจะมีผลต่อสีของฟันโดยเฉพาะ ในช่วงที่มีการก่อตัวหรือสร้างฟันเท่านั้น คือ ฟันน้ำนมในเด็กอายุ 3-9 เดือน และฟันแท้ในเด็กอายุ 3-12 ปี ทำให้ฟันแทบทุกซี่มีสีค่อนข้างเหลืองหรือเป็นสีเทาดำ นอกจาก นี้อาจเกิดจากการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป จะมีจุดสีน้ำตาลบนฟัน ที่เรียกว่า "ฟันตกกระ"

แล้วมีวิธีไหนบ้าง ที่จะทำให้ฟันขาวขึ้น?

การทำให้ฟันขาวขึ้นได้นั้นมีอยู่หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุ และลักษณะของสีฟันที่ผิดปกติไป

  • วิธีแรกที่ง่ายมาก ก็คือการแปรงฟันให้สะอาดอย่างทั่วถึงหลังอาหารทุกมื้อ ร่วมกับการไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อขูดหินปูนและขัดฟัน ซึ่งการขัดฟัน จะไม่ทำให้ฟันบางลงอย่างที่บางคนเข้าใจ และถ้าหากมีฟันผุก็สามารถจัดการให้เรียบร้อย โดยในส่วนของฟันหน้า ทันตแพทย์จะทำการกรอส่วนที่ผุ มีสีดำ หรือ สีเหลืองออก แล้วอุดด้วยวัสดุที่มีสีเหมือนฟัน เพียงเท่าก็สามารถมีฟันขาว ดูสะอาดสดใสเหมือนปกติได้แล้ว
  • วิธีที่สอง คือ การฟอกฟันขาว ซึ่งสามารถทำได้ทั้งที่คลินิกทันตกรรม และทำด้วยตนเองที่บ้าน

การฟอกฟันขาว คืออะไร?

การฟอกฟันขาว คือ การฟอกสีฟันทั้งปาก ซึ่งได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไป และมีการวิวัฒนาการของยาที่ฟอกฟันขาว ทำให้สามารถใช้ได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น โดยการฟอกฟันขาวทั้งปาก สามารถทำได้ 2 วิธี

วิธีแรก : เป็นวิธีที่จะต้องทำในคลินิก โดยทันตแพทย์จะใช้สารฟอกสี ซึ่งส่วนใหญ่คือสารประเภท Peroxide ที่มีความเข้มข้น 30-35% ระยะเวลาในการทำในแต่ละครั้ง จะอยู่ที่ ประมาณ 30 นาที - 1 ชม.

วิธีที่สอง : คนไข้สามารถนำสารฟอกสีกลับไปฟอกฟันขาวด้วยตนเองได้ที่บ้าน โดยทันตแพทย์จะเตรียมอุปกรณ์ให้ แต่คนไข้ต้องกลับมาตรวจเป็นระยะ ตามเวลาที่ ทันตแพทย์นัด สารฟอกสีที่ใช้ก็จะเป็นประเภทเดียวกับที่ทำในคลินิก แต่จะมีความเข้มข้นน้อยกว่า คือ ประมาณ 2-10% ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย สำหรับวิธีการฟอกฟันขาว ด้วยตนเองก็ไม่ยากเพียงบีบสารฟอกสีลงในถาดฟันยางที่ทันตแพทย์ทำเฉพาะไว้สำหรับแต่ละราย โดยจำนวนน้ำยาที่ใส่ลงในถาด ควรอยู่ที่ 1 ใน 3 ของถาด แล้วสวมฟันยาง ครอบไว้ วันละ 1-2 ชม. ทุกวัน และจะต้องกลับไปพบทันตแพทย์ตามกำหนดนัด

การฟอกฟันขาวต้องใช้เวลาแค่ไหน?

ระยะเวลาที่ใช้ มักขึ้นอยู่กับสีและคราบคล้ำของฟัน ถ้าฟันมีสีเหลืองไม่มาก ก็อาจสามารถฟอกให้ขาวได้ในเวลา 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าหากฟันมีสีเหลืองเข้ม หรือสีเทาอ่อน ก็อาจ จะต้องใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งหากต้องการให้ฟันขาวมาก อาจต้องใช้เวลาในการฟอกฟันขาวมากขึ้นเป็น 4-5 สัปดาห์

สารฟอกฟันขาวมีอันตรายหรือผลข้างเคียงต่อเหงือกและฟันหรือไม่?

ในการฟอกฟันขาว แน่นอนว่าอาจต้องมีผลข้างเคียงบ้าง โดยเฉพาะชนิดที่ทำในคลินิก เพราะมีความเข้มข้นสูง แต่ทันตแพทย์จะระมัดระวังและป้องกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว สำหรับชนิดทำด้วยตนเองนั้น มีความเข้มข้นน้อย จึงไม่ค่อยมีผลข้างเคียง โดยสารฟอกฟันขาวแบบทำเองนั้น สามารถสลายตัวกลายเป็นน้ำได้อย่างง่ายดาย จึงไม่มี อันตรายต่อผู้ใช้

สำหรับผลข้างเคียงดังกล่าว คือ อาจมีอาการแสบเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากบ้าง เนื่องมากจากการระคายเคืองโดยตรงที่สัมผัสกับน้ำยา และอีกอาการ คือ การ เสียวฟันหลังจากฟอกฟันขาว แต่ประสาทฟันจะมีการป้องกันตนเองโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งอาการก็จะค่อยๆ ทุเลาลงและหมดไปเมื่อเราหยุดฟอกสี นอกจากนี้ ทันตแพทย์ อาจเคลือบฟันได้ ด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ การฟอกฟันขาวทั้งปากจะไม่ทำให้ฟันสึกกร่อนหรืออ่อนแอลงแต่อย่างใด

เมื่อฟอกฟันขาวแล้ว ควรต้องทำซ้ำอีกหรือไม่?

การที่สีของฟันหลังจากฟอกฟันขาวจะกลับมาเหลืองอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพก่อนฟอก ถ้าเดิมสีฟันค่อนข้างคล้ำ โอกาสกลับมาจะเป็นไปได้สูง ภายในระยะเวลา 1-2 ปี แต่การฟอกสีฟันที่สีเหลืองอ่อน ฟันจะขาวได้นานกว่า ประมาณ 3-4 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความระมัดระวังป้องกันการติดสีจากคราบอาหารด้วย และเมื่อสีฟันคล้ำ ลงอีกก็สามารถใช้ยาฟอกสีฟันซ้ำได้อีก

การฟอกฟันขาวแบบถาวร

การทำเคลือบฟัน โดยทันตแพทย์จะกรอแต่งผิวเคลือบฟันด้านหน้าออกเล็กน้อย แล้วปิดทับด้วยวัสดุอุดสีขาว หรือสีเหมือนฟัน ตกแต่งให้ได้รูปร่างสวยงาม ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ ฟันขาวค่อนข้างถาวรกว่าการฟอกฟันขาว แต่ก็ยังมีโอกาสเสื่อมได้ คือ อาจจะมีรอยแตก หรือกระเทาะของวัสดุที่ทำเคลือบ เมื่อใช้อย่างไม่ระมัดระวัง แต่สามารถซ่อมแซม หรือทำใหม่ได้ไม่ยากนัก วิธีนี้โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าการฟอกฟันขาว

การทำครอบฟัน ทันตแพทย์จะกรอแต่งผิวเคลือบฟันออกทั้งซี่ ให้เหลือเป็นแกนแล้วทำฟันปลอมครอบทับลงไปแล้วใช้ซีเมนต์ทันตกรรมปิดให้แน่น ฟันที่ดำหรือแตกบิ่น ก็ สามารถทำครอบที่มีสีสันและรูปร่างให้สวยงามได้ จึงถือว่าเป็นการเปลี่ยนสีฟันได้อย่างถาวร แต่ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าการทำเคลือบฟันและการฟอกฟันขาว

เด็กสามารถฟอกฟันขาวได้หรือไม่?

สามารถทำได้ แต่ไม่มีความจำเป็นต้องทำ เพราะโดยปกติเด็กก็จะมีฟันแท้ขึ้นในช่วงอายุประมาณ 6-7 ปี โดยฟันแท้ที่ขึ้นมามักจะมีสีเหลืองกว่าฟันน้ำนมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ เป็นสีที่เป็นธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องฟอกฟันขาว นอกจากรายที่มีความปกติจริงๆ เท่านั้น ถึงสมควรทำ

มีข้อห้ามการฟอกฟันขาวในกรณีใดบ้างหรือไม่?

ข้อห้ามของการฟอกฟันขาวนั้นไม่มี แต่ในบางครั้ง การจะตัดสินใจว่าจะฟอกสีฟันใหม่หรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับความจำเป็นเช่นกัน โดยบางคนคิดว่าฟันของตัวเองมีสีเหลือง ทั้ง ที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงสีโทนปกติของฟัน

การฟอกสีฟันด้วยตนเองด้วยอุปรณ์ตามท้องตลาดนั้น สามารถทำได้เองหรือไม่?

ยาฟอกฟันขาวชนิดที่วางขายตามร้านค้า บุคคลทั่วไปสามารถซื้อไปฟอกเองที่บ้านได้ และยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาวก็มีออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นประเภทที่นอกเหนือ จากการดูแลของทันตแพทย์ จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป

เพราะฉะนั้น การเลือกยาสำหรับฟอกฟันขาว จึงควรเลือกที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การแนะนำโดยทันตแพทย์เท่านั้น ควรเลือกที่ได้มาตรฐานตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เพื่อให้ ได้ฟันขาวสะอาด สุขภาพดี และปลอดภัยอย่างแท้จริง

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ประสิทธิภาพของการขจัดพลัคของแปรงสีฟันไอโอนิค kiss รุ่นที่ใช้แบตเตอรีลิเธียม

การทำให้โรคเหงือกอักเสบดีขึ้น ตามดัชนีของPMA (p<0.05) แปรงสีฟันที่ใช้แบตเตอรีลิธเธียมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแปรงสีฟันทั่วไป <0.05) แปรงสีฟันที่ใช้แบตเตอรีลิธเธียมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแปรงสีฟันทั่วไป

อ่านรายละเอียด...

กินอย่างไรให้แฮปปี้แบบไม่มีคราบหินปูน

ทุกมื้อที่เราทานอาหารคือจุดเริ่มต้นของความอร่อยและนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงของสุขภาพฟันด้วยเช่นกัน เพราะอาหารที่เราทานจะส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบแบคทีเรียจากการรวมตัวของน้ำลายกับเหล่าเศษอาหารตกค้างในช่องปาก กลายเป็น "คราบพลัค (Plaque)"

อ่านรายละเอียด...