spakle logo spakle

Dentist


เหงือกร่นเกิดจากอะไร และสามารถป้องกันได้อย่างไร

เหงือกร่น (Gingival Recession) คือ อาการที่เนื้อเยื่อเหงือกบริเวณรอบๆ ฟันอ่อนแอลง จนทำให้เนื้อเหงือกค่อยๆ ร่นเข้าไปหารากฟันและทำให้เห็นตัวฟันมากขึ้น บางรายเนื้อเหงือกอาจร่นไปจนเผยให้เห็นรากฟันทำให้เนื้อฟันสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น และทำให้เกิดคราบหินปูน ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวช่องปากอื่นๆ ตามมา อาการเหงือกร่นไม่สามารถรักษาให้หาย หรือกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ทำได้เพียงป้องกันเหงือกร่นลงไปอีก นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังควรรักษาอาการเหงือกร่น เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้เกิดความเสียหายของกระดูกฟัน จนทำให้ฟันไม่แข็งแรงและหลุดร่วงไปในที่สุด

อาการของเหงือกร่น

อาการของเหงือกร่นที่เห็นได้ คือ ลักษณะเหงือกที่เปลี่ยนไป คือเนื้อเหงือกจะร่นลงจนเห็นตัวฟันมากขึ้น หากเป็นมากๆ ก็อาจจะทำให้เห็นบริเวณคอฟันหรือรากฟันได้ชัด นอกจากนี้ยังอาจพบอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น

  1.  มีอาการเสียวฟัน 
  2.  มีเลือดออกหลังจากแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน
  3.  เหงือกบวมแดง
  4.  ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  5.  รู้สึกเจ็บบริเวณเหงือก
  6.  ฟันโยก หรือฟันมีลักษณะดูยาวกว่าปกติ

ในการกัดหรือเคี้ยว ผู้ที่เป็นเหงือกร่นอาจกัดหรือเคี้ยวได้ค่อนข้างลำบาก และยิ่งมีอาการเจ็บมากขึ้นหากกดบริเวณเหงือก อีกทั้งหากมีอาการเหงือกร่นติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีการรักษาที่ดีพอ ก็จะทำให้บริเวณที่เหงือกร่นกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค นำมาสู่ปัญหาสุขภาพช่องปากตามมาได้

สาเหตุของเหงือกร่น

เหงือกร่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ร้ายแรงที่สุดคือเกิดจากโรคปริทันต์ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดเหงือกร่นแล้วยังนำมาสู่ปัญหาอื่น ๆ จนอาจทำให้สูญเสียฟันได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเหงือกร่น ได้แก่

  • การแปรงฟันผิดวิธี การเลือกแปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็งมากเกินไป หรือการแปรงฟันแรงๆ จะส่งผลให้เนื้อเยื่อเหงือกเสียหายและร่นขึ้นไปจนกลายเป็นเหงือกร่นได้
  • สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี การแปรงฟันไม่สะอาด ไม่ใช้ไหมขัดฟันหรือน้ำยาบ้วนปาก อาจก่อให้เกิดหินปูนเกาะระหว่างเหงือกและฟันได้ ซึ่งหากไม่รักษาก็จะทำให้เกิดเหงือกร่นในที่สุด
  • เกิดอาการบาดเจ็บที่เหงือก เช่น อุบัติเหตุ การเจาะเหงือกและปากเพื่อความสวยงาม หรือการเล่นกีฬาที่อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณปาก อาจทำให้เนื้อเยื่อเหงือกตายและร่นเข้าไปที่รากฟันได้เช่นกัน
  • โรคปริทันต์อักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเหงือก จนทำให้อวัยวะที่อยู่รอบตัวฟัน เช่น กระดูกรอบๆ รากฟันถูกทำลายจนมีขนาดลดลง เป็นสาเหตุทำให้เหงือกร่นตามลงมาด้วย
  • พันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ถ่ายทอดกันมาในครอบครัวอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับเหงือกได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สตรีมีครรภ์ และผู้ที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือนจะมีระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพเหงือกได้โดยตรง ทำให้เหงือกอ่อนแอลง จนง่ายต่อการอักเสบและการสูญเสียเนื้อเยื่อได้
  • การสูบบุหรี่ สารพิษที่อยู่ในบุหรี่เป็นตัวการสำคัญให้เกิดคราบพลัคที่ยากต่อการทำความสะอาด และหากทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดคราบหินปูน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดเหงือกร่นได้
  • พฤติกรรมผิดๆ ที่ติดเป็นนิสัย เช่นการกัดฟัน หรือเคี้ยวฟันขณะนอนหลับ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกดจำนวนมากที่ฟัน และส่งผลไปยังเหงือก ทำให้เหงือกอ่อนแอลงจนร่นลงไปที่โคนฟันได้
  • เกิดจากการใส่อุปกรณ์จัดฟันที่ไม่พอดี อุปกรณ์จัดฟันที่แน่นเกินไป หรือไม่เข้ากับรูปฟันของผู้ป่วย จะทำให้เหงือกอ่อนแอ และร่นลงจนเห็นเนื้อฟันมากขึ้น

ดังนั้นเมื่อเกิดเหงือกร่น แนะนำไปพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปริทันต์ เพื่อหาสาเหตุ แก้ไขและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

**หมายเหตุ: บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เท่านั้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์หากมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยใดๆ สนับสนุนข้อมูลโดย  ทันตแพทย์ ธนพจน์  นิลโมจน์ คลินิค Club Smile
 

รู้หรือไม่!? แปรงสีฟันไฟฟ้า มีกี่ประเภท แล้วแบบไหนที่เหมาะกับช่องปากเรา

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก แปรงสีฟันไฟฟ้า อย่างแน่นอน เพราะในบ้านเรามีนวัตกรรมนี้มาค่อนข้างนานแล้ว แปรงสีฟันไฟฟ้าสามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก มากกว่าแปรงสีฟันทั่วไป

อ่านรายละเอียด...

เม็ดสีย้อมฟัน คืออะไร?

หลายคนคงยังไม่คุ้นกับเม็ดสีย้อมฟัน (Dental Disclosing Tablet) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทดสอบปริมาณคราบสกปรกหรือคราบพลัคบริเวณผิวฟัน ช่วยให้เราเห็นชัดว่าเราแปรงฟันสะอาดมากน้อยแค่ไหน และหันมาใส่ใจการทำความสะอาดฟันและช่องปากให้ดียิ่งขึ้น

อ่านรายละเอียด...